วันศุกร์: เข้าสมาคมฯ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาผม ปอมและดกเดินสายประชาสัมพันธ์ทริป “ปั่นตะลุย” ไปบอกเพื่อนๆ ที่ปั่นในสวนเบญจกิตติ ผมนัดกับ “หมี” ที่สวนเบญจกิตติว่าจะมาแจมปั่นด้วยแต่สุดท้ายไม่ได้ปั่นเพราะต้องรีบไป “สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย” เพื่อไปดูว่าเขาจัดทริปกันยังไงบ้าง ประเด็นคือได้รู้ข่าวจากหมีว่าชาวอะเดย์จะปั่นจักรยานจากอะเดย์ไปบางปูพรุ่งนี้ ผมหันไปตามปอม “เฮ้ย เขาจะปั่นไปบางปูกันพรุ่งนี้ไปปะ?” “ไปดิ” “เจอกัน 7 โมงนะครับ”
จากนั้นผมกับปอมก็ปั่นจากสวนเบญจกิตติไป “สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย” เราไปถึงก่อนเวลานัดที่ทางสมาคมฯ ประกาศไว้ทางเว็บครึ่งชั่วโมง ตอนไปถึงคนน้อยมากผมกับปอมก็เขินๆ แต่ผมก็ทำใจกล้าหน้าด้านเดินไปคุยกับคนที่นั่งอยู่หน้าสมาคมฯ “เดี๋ยวจะปั่นไปที่อมรพันธ์กันใช่มั้ยครับ?” ผู้ชายคนนั้นพยักหน้าตอบรับ “พวกผมขอปั่นไปด้วยได้มั้ยครับ?” ผู้ชายคนนั้นทำหน้างงๆ แล้วพยักตอบรับ ผมก็ “ขอบคุณครับ” มารู้ตอนหลังว่าผู้ชายคนนั้นก็เพิ่งมาปั่นเป็นครั้งแรกเหมือนกันถึงว่าสิทำหน้างง ไม่นานดกก็มาสมทบอีกคน ระหว่างรอเวลาก็มีการขายไฟติดจักรยานถูกมากดวงละ 50 บาท (ปกติดวงละหลายร้อย) ผมซื้อมาสองดวงติดท้ายรถหนึ่งดวง ติดหมวกหนึ่งดวง จากนั้นมีให้บริจาคเงินช่วยผู้ป่วยโรคเอดส์ ผมก็บริจาคไปได้เสื้อมาหนึ่งตัวเป็นที่ระลึก รอสักประมาณครึ่งชั่วโมงคนก็มาเยอะมากประมาณ 50-60 คนได้ ขบวนจักรยานเริ่มออกจากสมาคมฯ โดยที่ทีม Coffee Bike เป็นคนจัดนำขบวน ปั่นๆ หยุดๆ ไม่นานนักก็ถึงอมรพันธ์ ไปร้านอาหารร้านนึงจำชื่อไม่ได้แล้ว มีชาเขียวให้ดื่มฟรีไม่จำกัด อาหารผมก็สั่งสลัดผักกับซุปเห็ดกินกันเสร็จก็ปั่นกลับ พวกเราแยกกับขบวนตรงสะพานหัวช้าง ผมกลับห้องได้รับ Message จากวีถามว่าจะปั่นไปบางปูด้วยกันเหรอ? ใช่ครับ เจอกัน วีบอกจะใช้ Find My Friends ผมส่ง Apple ID ให้แป๊บนึงก็ได้ Location แบบชั่วคราวของ วีกับคุณก้อง ทรงกลด บางยี่ขันมา เก็บของซักกางเกงจักรยาน จัดเตรียมอุปกรณ์กว่าจะเสร็จก็เกือบตีสอง ปิดไฟนอนทันทีเพราะต้องตื่นหกโมงเช้าแปลว่าเหลือเวลานอนสี่ชั่วโมง นัดปอมไว้ที่สตูฯ ตอนหกโมงครึ่ง เพราะต้องไปถึงอะเดย์เจ็ดโมงตรง
วันเสาร์: ปั่นไปบางปูกับชาวอะเดย์
แต่งตัวผิดงานแล้ว, เปลี่ยนยาง, แปลงร่าง, เพื่อนใหม่
ตื่นก่อนหกโมงสิบนาที ปอมส่ง Message มาถาม “ใส่ชุดอะไร?” “ชุดเดิม” “หมายถึงธรรมดาหรือชุดจักรยาน” “จักรยานดิ 100 โลนะมึง” “โอเค” “โอเค” อาบน้ำเสร็จแต่งตัวเสร็จก็จูงจักรยานลงลิฟท์ออกมาสตูฯ เลย เพราะอุปกรณ์ทุกอย่างเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ไปถึงสตูฯ หกโมงครึ่งพอดี ปอมขับรถมาพอดี เราโอ้เอ้อยู่ที่สตูสักสิบห้านาทีก็ปั่นออกไปอะเดย์ถึงอะเดย์เจ็ดโมงตรง เจอน้องคนนึงนั่งข้างจักรยานแต่งตัวตามสบายมาก ผมเริ่มมองหน้าไอ้ปอม “แต่งตัวมาผิดงานแล้วกู” ท่าทางเขาจะปั่นกันแบบชมวิวชิวๆ เห็นยังไม่มีใครมาผมกะปอมเลยไปซื้อปาท่องโก๋ กาแฟกิน ระหว่างรอกาแฟก็คุยกันว่า เราแต่งชุดเต็มยศไปหน่อย ไม่เป็นไรคิดเสียว่าเราเป็นรถตำรวจนำขบวนแล้วกัน แต่ก็แอบลุ้นว่าคนอื่นน่าจะมีใครใส่ชุดเต็มยศมาบ้าง นอกจากผมกับปอมที่แต่งตัวเหมือนกันเป๊ะจนมีคนถามว่าเสื้อทีมเหรอ? ปั่นกลับไปอะเดย์ก็เห็นนักปั่นมากันหลายคนแล้ว แต่แต่งชุดสบายๆ หมดเลย แต่งตัวมาผิดงานจริงๆ ด้วย ช่างมันคิดเสียว่าเราเป็นรถตำรวจ ผมก็สวัสดีครับผมณัฐขอไปด้วยนะครับ ผมปอมครับ ปอมแนะนำตัว จากนั้นเอี่ยวผู้เป็นดั่งดาวเหนือของทริปก็อธิบายเส้นทาง ผมพอจะนึกเส้นทางที่เอี่ยวอธิบายออกเพราะเคยไปประชุมแถวๆ นั้นบ่อยๆ คือเราจะออกจากอะเดย์เอกมัยไปเส้นถนนสุขุมวิทเรื่อยๆ จนถึงซอยลาซาน แล้วทะลุไปโผล่ศรีนครินทร์แล้วไปหยุดที่แมคโคร check point ที่หนึ่งแล้วจะบอกทางอีกที ออกจากอะเดย์ผมตามหลังสุดเพราะผมงงๆ กันเครื่องจับความเร็วมันไม่ขึ้นสปีดว่าเท่าไร ปั่นไปจิ้มไป ไม่ได้เสียทีเลยต้องจอดเช็ดแม่เหล็กว่ามันหลุดไปหรือเปล่า ก็ปกติดี เลยต้องรีเซทเครื่อง เงยหน้ามาอีกทีทุกคนหายไปหมดแล้ว เฮ้ยทำไมปั่นเร็วนัก ผมเร่งปั่นตามกว่าจะทันก็ตรงสะพานอ่อนนุช เราปั่นเป็นกลุ่นกันสักพักก็เริ่มมีบางคนติดไฟแดง ผมหลุดไฟเขียวมาก็เลยปั่นไปเรื่อยๆ มาหยุดรอตรงแยกบางนา จากนั้นเราก็ถึงลาซานเข้าซอยลาซานมาเจอถนนกำลังสร้างเลยต้องยกจักรยานข้ามทุกคนก็ยกจักรยานข้ามมาแล้วก็ถึงแมคโคร 15 กิโลแล้วปั่นกันหลายๆ คนมันแป๊บเดียวมากยังไม่เหนื่อยเลย แต่มีน้องคนนึงรถยางแบนทั้งสองล้อ โชคดีในทริปมี นอร์ทที่สามารถเปลี่ยนยางได้มาด้วย แต่อุปกรณ์มีพอแค่ล้อเดียวเปลี่ยนเสร็จหนึ่งล้อ เราต้องไปหาร้านซ่อมจักรยานกัน นอร์ทแปลงร่างเป็นชุดจักรยาน! คุณปูก็ไปสำรวจดูจนเจอร้านซ่อมจักรยานปะยางให้เรียบร้อยก็ขี่ต่อได้ เราค่อยๆ ปั่นเพราะตรงนี้จะเป็นดงหมา หมาเยอะมาก แล้วก็เป็นหมาบางแก้ว ปอมกลัวหมามากเพราะทริปที่แล้วเพิ่งโดนหมาไล่มา ผมบอกไม่ต้องกลัวตามหลังกูมาหมาไม่กัด ผมพยายามบอกปอมว่าอย่าปั่นหนีหมา ต้องหันหน้าไปหามันเดี๋ยวมันก็เลิกสนใจเอง เราทุกคนผ่านดงหมามาได้อย่างปลอดภัย ถึงอบตบางแก้ว เราหยุดฟังเส้นทางจากเอี่ยวอีก แล้วก็ปั่นจนถึงวัดใหญ่บางพลี เราทานข้าวกันที่นี่ จักรยานผูกๆ กันไว้ข้างร้านกาแฟที่อาสาจะช่วยดูให้ ปอม ผม วี นอร์ทนั่งทานร้านเดี๋ยวกัน พยายามชวนวีกับนอร์ทไปทริปมวกเหล็กที่พวกเราจัด ชวนเชื่อมากๆ แล้วก็คุยสัพเพเหระต่างๆ รู้สึกตั้งแต่ปั่นจักรยานมนุษย์สัมพันธ์ของผมกับปอมจะดีขึ้น เข้าสังคมได้ดีขึ้น ที่วัดใหญ่บางพลีนี้ของเด็ดเขาก็คือห้องน้ำครับใครมาวัดนี้อย่าลืมแวะเข้าห้องน้ำครับ ห้องน้ำเขาใหญ่มาก ติดแอร์และไฮเทคขอเชิญครับ ก็จะออกจากวัดผมขอเส้นทางเอี่ยวและบอกว่าอาจจะปั่นกันเร็วเพราะว่าปอมไม่ได้เอาแว่นสายตามาและผมต้องรีบเอาม้าไม้ไปให้เด็กๆ เพราะวันนี้เป็นวันเด็ก ผมกับคุณแก้วสมทบทุนซื้อม้าไม้ไว้หนึ่งตัวเป็นเดือนแล้วจะเอาไปให้เด็กๆ กลัวจะเลยวันเด็ก ถ้ากลับเย็นมากจะไปให้ไม่ทันเพราะต้องกลับไปคอนโดแล้วขับรถไปถึงปากเกร็ดและต้องแวะไปรับน้องพินก่อนด้วย เพราะบอกพินไว้ด้วยว่าจะให้ไปเป็นเพื่อนเป็นตัวแทนคุณแก้วที่ไปไม่ได้ ให้เหตุผลด้วยความเกรงใจกลัวว่าเจ้าภาพจะว่าเราไม่สนุกที่จริงเราสนุกมากแต่คิดว่ามันจะจบสักบ่ายโมง แต่ดูแนวโน้มแล้วท่าทางจะเย็นๆ ถึงจะเสร็จคงต้องกลับก่อน ผมกับปอมปั่นตามกลุ่มจนที่ถนนบางปลาซึ่งจะตรงยาวถึงบางปู ก็เริ่มปั่นแบบไม่หยุดไม่ลดสปีดตลอด 15 นาทีก็ถึงบางปูโดยมีนอร์ทเพื่อนใหม่ปั่นมาด้วยกัน นอร์ทบอกสนุกมาก เราเริ่มคุยกันมากขึ้นปั่นจักรยานด้วยกันมันทำให้เราคุยกันง่ายขึ้น สงสัยแบบนี้เองนักธุรกิจเขาถึงชอบไปคุยกันในสนามกอล์ฟ
เรื่องตลก 69, 180 118 108, หมา, เหี้ย, เหี้ยจริงๆ
เรามาถึงถนนสุขุมวิท ผมก็หยิบโทรศัพท์มาดูที่จดไว้ตามที่เอี่ยวบอกว่าให้ไปจุดไหนบ้างผมจดโน้ตไว้ว่า “บางปู 118 / 108″ เราสามคนปั่นกันมาพักนึงก็เจอป้ายใหญ่มากว่า “180″ ผมคิดว่าผมจดผิดสงสัยเอี่ยวจะหมายถึง 180 นี่แหละเลยวนจักรยานเข้าไปดูมียามเฝ้าไม่ให้เข้าขอแลกบัตร ผมบอกขี่จักรยานไม่ได้พกบัตร ยามก็อนุโลมให้เข้าไปใน resort เราปั่นช้าๆ ไปจนถึงสะพานที่ยื่นออกไปจากชายฝั่ง สวยดีแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกนิดหน่อย แล้วยามก็มาตามเราเลยปั่นออกจากรีสอร์ท ปั่นออกสุขุมวิทจนเห็น “118″ เออหรือว่าซอยนี้ ปั่นเข้าไปดูเจอหมาเยอะมากๆ ต้องปั่นช้าๆ ตรงนี้น่ากลัวกว่าแถวบางแก้วเยอะ เพราะตรงนี้หมามีเจ้าของ หมามีเจ้าของมันชอบโชว์ฟอร์มให้เจ้าของดู แถมมันยังซ่าส์กว่าหมาจรจัดเพราะมีเจ้าของปกป้อง ต้องระวังเป็นพิเศษ จนกระทั่งเราใกล้ถึงสะพาน เราก็เจอ หมาตัวใหญ่มากๆ ตัวใหญ่จริงๆ ผมเป็นคนไม่กลัวหมายังเสียวๆ หน้ามันดุเดียว แต่ก็ปั่นช้าๆ ใจดีสู้เสือไป ไอ้ปอมกระซิบว่า ตัวนี้ผมไม่เอาด้วยนะ เราหมดทางไปแล้วแหละหนีไม่พ้นต้องใจดีสู้เสืออย่างเดียวเพราะทางตันปั่นหนีก็ลงทะเลปั่นกลับก็จะเจอดงหมาที่ปั่นผ่านมาเมื่อกี้เป็นสิบตัว มีทางรอดทางเดียวคือผ่านมันไปแบบช้าๆ เราปั่นกันความเร็วระดับคนเดิน ผมกลั้นหายใจขณะปั่นช้าๆ ผ่านมัน หันไปสบตานิดหนึ่ง ไม่ยิ้มเลยหมาหน้าดุมาก แต่แล้วเราก็ผ่านมันมาได้ ถึงสะพานที่ยื่นออกไปในชายทะเล สะพานนี้ผุๆ พังปั่นไปได้สักพักก็ลงจูง ปอมเดินคุยกับนอร์ทเราอยู่กันแป๊บนึงก็จูงรถกลับ คราวนี้ความกล้าผมหายไปไหนหมดไม่รู้ หมาตัวใหญ่นั้นมันย้ายที่มานอนกลางถนน แม่งแล้วจะให้กูเดินตรงไหน เราปรึกษากันเอาไงดี สรุปว่าเราจะจูงจักรยานช้าๆ ผ่านมันไป เจ้าของตะโกนว่า ไม่ต้องกลัวหรอก หน้ามันดุแต่มันไม่กัด เราก็ยิ้มๆ จูงจักรยานช้าๆ ทันใดนั้นเอง ใจหายว้าบ เพราะมีหมาตัวจิ๋ววิ่งไล่กันมาทางนี้ คือถ้ามันไล่พวกผมก็จะขึ้นจักรยานไม่ทันแล้วก็จะเจอ “หมาหมู่” แน่นอน แต่ปรากฏว่าก่อนจะถึงเราหมาจิ๋วสองตัวมันก็วิ่งเข้าบ้านไป หมาตัวใหญ่ก็ลุกแล้วก็วิ่งไล่ไปเราเลยขึ้นจักรยานแล้วก็ปั่นเพื่อออกจากซอย “118″ แต่ก็ต้องตกใจอีกรอบหนึ่งเพราะเจอสิ่งมีชีวิตคล้ายจระเข้ตัวใหญ่มากๆ
ผมอุทาน “เหี้ย!!”
นอร์ทตอบว่า “เหี้ยจริง”
ปอม “ตัวเงินตัวทอง”
ผม “เหี้ยจริงๆ ว่ะ” ผมตกใจมากกดเบรคเกือบล้มเพราะสลัดคลีตไม่ทัน หยุดห่างอยู่สัก 30 เมตรได้ “ผมเป็นคนกลัวเหี้ยครับ” รอมันคลานผ่านไป แล้วอยู่ๆ มันก็มุดหายไปไหนไม่รู้ ผมหายใจหายคอแป๊บนึงแล้วก็กระโดดขึ้นปั่นจักรยานออกจากซอยอย่างปลอดภัย
สถานีต่อไป เป้าหมายสุดท้ายคือ “สถานพักตากอากาศบางปู”
ออกจากซอย 118 เราตกลงกันว่าจะไปหยุดที่สถานพักตากอากาศบางปูกัน 15 นาทีแล้วปั่นยาวกลับกทมไม่หยุด เราปั่นกันมาแป๊บเดียวก็ถึง เข้าไปซื้อน้ำ ดื่มน้ำ เติมน้ำ ชมวิว ดูนกนางนวล ถ่ายรูป แล้วนอร์ทก็เริ่มลังเลว่าจะปั่นกลับพร้อมผมกับปอมดีหรือเปล่า เพราะรู้สึกผิดที่ไม่รอวีที่เป็นคนชวนมา ผมนึกได้ว่าวีเปิด Find My Friends ไว้เลยกดดูปรากฏว่าของวีไม่ขึ้น ขึ้นแต่ของคุณทรงกลด Location บอกว่ายังไม่ออกจากบางปลา ผมเดาว่าสงสัยจะหยุดดูวัดกันอยู่ นอร์ทลองโทรหาวีก็ไม่ติด ผมเลยส่งข้อความบอกเอี่ยวว่าขอกลับก่อน แล้วเราก็ปั่นๆ ๆ ๆ ไม่มีหยุดจนถึงหน้าซีคอนฯ รถติดมากน้ำก็หมด ผมน้ำหมดแล้วจะหมดแรงทันที ทั้งไอเสีย ทั้งความร้อน ทั้งการที่รถขยับยาก แต่ก็ปั่นซอกแซกออกมาจนถึงพัฒนาการไม่มีหยุดแต่ตะคริวเริ่มมาแล้วเพราะว่าไม่มีน้ำ ขาดน้ำร่างกายผมจะส่งตะคริวน้อยๆ มาเตือนทันที ผมบอกนอร์ทว่าเดี๋ยวเจอปั๊มขอแวะซื้อน้ำหน่อย แต่ไม่มีปั๊มเลย เราเลยแวะที่ตึกทรู นอร์ทซื้อน้ำในร้านทรูให้ผม ปอมและตัวเองคนละขวด ตังผมหมดไม่ได้กดเอทีเอ็มนอร์ทเลยเลี้ยงน้ำ ดื่มน้ำหมดเกลี้ยงเราก็ปั่นกันอีกแป๊บเดียวก็ถึงทองหล่อแล้วก็แยกย้ายกัน นอร์ทไปอะเดย์ ปอมกับสตูฯ ผมกลับคอนโด
ถึงคอนโด 3 โมง รวม 8 ชั่วโมง 89 กิโลเมตร ไม่ถึงร้อยโล
โทรไปสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ดว่าเขาปิดหรือยังเขาบอกปิดสี่โมงครึ่ง สรุปไปไม่ทัน เลยนัดเจ้าหน้าที่เขาเอาไปให้พรุ่งนี้แทน วางสาย ส่งข้อความบอกเอี่ยวว่าพวกเราสามคนถึงกทมปลอดภัยแล้ว ขอให้ทุกคนที่มาปั่นด้วยกันปลอดภัยแล้วอาบน้ำก็นอนหลับยาวถึงทุ่ม มารู้ที่หลังนี้เองว่ากลุ่มที่ตามหลังมามีเรื่องน่าตื่นเต้นมาเกิดขึ้นคือวีตกน้ำทั้งคนทั้งจักรยานแต่ก็มีสปิริตปั่นถึงบางปู แต่ก็โชคดีที่ไม่มีอะไรเสียหายมาก
สรุป
การปั่นครั้งนี้แม้จะไม่เหนื่อยมาก อย่างที่อยากเหนื่อย แต่สิ่งที่ได้คือเพื่อนใหม่ๆ และมิตรภาพ คุ้มค่ามากที่ไปและมีโอกาสก็จะไปอีกแน่นอน